วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่5




ประวัติส่วนตัว
ชื่อ                      นางนุชนารถ ลับโกษา
ตำแหน่งปัจจุบัน     ครูชำนาญการพิเศษ
สถานที่ทำงาน        โรงเรียนบ้านคาละแมะ  
                           สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1
เกิด                      วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2500
ภูมิลำเนา               เกิดที่บ้านเลข 29 หมูที่ 5 บ้านหนองจอก ตำบลคาละแมะ
                          อำเภอศีขรภูมิจังหวัดสุรินทร์
ภูมิลำเนาปัจจุบัน     86 หมู่ที่ 5 บ้านหนองจอก ตำบลคาละแมะ อำเภอศีขรภูมิ
                                  จังหวัดสุรินทร์
ประวัติการศึกษา
       1. การศึกษาชั้นประถมปีที่ 1 - 4 จากโรงเรียนบ้านหนองจอก ตำบลคาละแมะ อำเภอศีขรภูมิ
 จังหวัดสุรินทร์
        2. การศึกชั้นประถมปีที่ 5 – 7 จากโรงเรียนบ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์
        3. การศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 จากโรงเรียนศีขรภูมิพิสัย ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ
จังหวัดสุรินทร์
       4. การศึกษาระดับ ปวช. จากโรงเรียนเสาวภาผ่องศรี กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2521
       5. การศึกระดับอนุปริญญา เอกออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม วิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2539
       6. ระดับปริญญาตรี เอกการประศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2550
ประวัติการทำงาน
       เริ่ม รับราชการครั้งแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 ในตำแหน่ง ครู 1 โรงเรียนบ้านผางอุดมสมบูรณ์วิทยา ตำบลขามเดื่อ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ และย้ายมาที่โรงเรียนบ้านคาละแมะ ตำบลคาละแมะ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ วันที่ 1 สิงหาคม 2527ในตำแหน่ง ครู 1 ระดับ 2 และในปัจจุบันตำแหน่ง ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านคาละแมะ ตำบลคาละ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์
ผลงานของครู
      1.เป็นครูดีเด่นและครูแกนนำระดับอำเภอ แข่งความเลิศระดับ CEO ศีขรภูมิ 3 การท่องบทอาขยานนักเรียนช่วงชั้นที่ 1ได้ชนะเลิศอันดับ 1
      2. เป็นเจ้าหน้าอาหารกลางวันในโรงเรียนมีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงิน ซื้ออาหารกลางวัน ดำเนินการโดยการจัดเป็นเวรให้ครูทุกคนในโรงเรียนรับผิดชอบซื้ออาหารสด แห้งเป็นรายวัน
      3. การบริการชุมชนในเขตบริการโรงเรียนมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ส่งข่าวสารเกี่ยว กับกิจกรรมต่างๆที่โรงเรียนดำเนินการในโรงเรียนให้ผู้ปกครองทราบและประสานขอ ความร่วมมือจากผู้ปกครองในการดำเนินงานในโรงเรียนที่เอื้อประโยชน์แก่นัก เรียนเป็นการสร้างความสมานสามัคคีระหว่างชุมชนกับโรงเรียน
     4. ผู้คิดโครงการออมทรัพย์ของนักเรียน ดำเนินการโดยให้นักเรียนทุกคนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่3มี การออมทรัพย์ โดยให้ครูประจำชั้นเป็นผู้รับผิดชอบ
     5. เป็นกรรมการสอบแข่งขันความเป็นเลิศระดับ CEO มีหน้าที่ควบคุมดูแลและดำเนินการสอบแข่งขันด้วยความเรียบร้อย และเป็นกรรมการแข่งขันความเป็นเลิศด้านวิชาการระดับเขต ในปีการศึกษา 2550

นักเรียนประยุกต์สิ่งที่ดีของครูมาใช้ในการพัฒนาตนเอง
           
       เราสามารถนำแนวการสอนของครู  มาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นแนวทางในการสอนในอนาคตได้ เพราะครูเป็นครูที่ขยัน  จึงเป็นครูดีที่นักเรียนรักและเป็นที่รักของผู้ปกครอง เป็นครูที่มีความรู้ทั้งด้านวิชาการ และมีคุณธรรม จริยธรรม มีความเป็นครูดีเด่น

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที4



สรุป
            การทำงานเป็นทีม หมายถึง การร่วมกันทำงานของสมาชิกที่มีสมาชิกมากกว่า 1 คน โดยที่สมาชิกทุกคนนั้นจะต้องมีเป้าหมายเดียวกันจะทำอะไรแล้วทุกคนต้องยอมรับร่วมกัน มีการวางแผนการทำงานร่วมกัน

              ความสำคัญของทีม
การสร้างทีมงานและการพัฒนาองค์กรนั้นเป็นกิจกรรมที่ดีที่สุด  การทำงานเป็นทีม  จะเป็นประโยชน์สูงสุดขององค์กร    และมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่าการทำงานคนเดียวแต่การสร้างทีมงานนั้นต้องใช้ เวลา ในการพัฒนาบุคคล  และพัฒนาทีมงานพอสมควร จึงจะเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ

            ทำไมต้องทำงานเป็นทีม
1.ทำงานเก่งคนเดียว เก่งได้ไม่นาน
2.เอาความเก่งของแต่ละคนมารวมกัน
3.หลายหัวดีกว่าหัวเดียว

            แนวคิดหลักการทำงานเป็นทีม  มีดังนี้
1.การยอมรับความแตกต่างของบุคคล
2.แรงจูงใจของมนุษย์
- ความต้องการด้านร่างกาย                                    - ความต้องการด้านความมั่นคง
- ความต้องการทางสังคม                                        - ความต้องการที่จะมีชื่อเสียง
- ความต้องการความสมหวังในชีวิต
3. ธรรมชาติมนุษย์
- มนุษย์พฤติกรรม (การแสดงออกทางวาจา   สีหน้า   ท่าทาง)
- มนุษย์มีความรู้สึกนึกคิด (เหตุที่มนุษย์มีความรัก เกลียด กลัว โกรธ ชิงชัง ชอบ)
- มนุษย์มีปัญญา (  ฉลาด  โง่  ในตัวเอง )

ตอบคำถาม

1.             แนวคิดหลักการทำงานเป็นทีมเป็นอย่างไร
          แนวคิดหลักการทำงานเป็นทีม  มีดังนี้
       1.การยอมรับความแตกต่างของบุคคล
       2.แรงจูงใจของมนุษย์
              - ความต้องการด้านร่างกาย                                - ความต้องการด้านความมั่นคง
              - ความต้องการทางสังคม                                   - ความต้องการที่จะมีชื่อเสียง
             - ความต้องการความสมหวังในชีวิต
       3. ธรรมชาติมนุษย์
              - มนุษย์พฤติกรรม (การแสดงออกทางวาจา   สีหน้า   ท่าทาง)
              - มนุษย์มีความรู้สึกนึกคิด (เหตุที่มนุษย์มีความรัก เกลียด กลัว โกรธ ชิงชัง ชอบ)
              - มนุษย์มีปัญญา (  ฉลาด  โง่  ในตัวเอง )

2. นักศึกษาจะมีวิธีการทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพทำอย่างไร  
ยกตัวอย่างประกอบ
1. วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและเป้าหมายที่เห็นพ้องต้องกัน เพื่อใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานที่ต้องการทำให้องค์การบรรลุผลสำเร็จที่คาดหวังไว้ในการดำเนินงานให้เป็นไปตามภารกิจขององค์การ

2. ความเปิดเผยต่อกันและการเผชิญหน้าเพื่อแก้ปัญหา เป็นสิ่งสำคัญต่อการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ สมาชิกในทีมจะต้องการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา แก้ปัญหาอย่างเต็มใจและจริงใจ การแสดงความเปิดเผยของสมาชิกในทีมจะต้องปลอดภัย

3. การสนับสนุนและความไว้วางใจต่อกัน สมาชิกในทีมจะต้องไว้วางใจซึ่งกันและกันโดยทีละคนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องกลัวว่าได้รับผลร้ายที่จะมีต่อเนื่องมาภายหลัง สามารถทำให้เกิดการเปิดเผยต่อกัน และกล้าที่จะเผชิญหน้าเพื่อแก้ปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดี

4. ความร่วมมือและการให้ความขัดแย้งในทางสร้างสรรค์ ผู้นำกลุ่มหรือทีมจะต้องทำงานอย่างหนักในอันที่จะทำให้เกิดความร่วมมือดังนี้

        4.1 การสร้างความร่วมมือกับบุคคลอื่น ในการสร้างความร่วมมือเพื่อความเข้าใจซึ่งกันและกันและมีบุคคลอยู่สองฝ่ายคือ ผู้ขอความร่วมมือ และผู้ให้ความร่วมมือ  ความร่วมมือจะเกิดขึ้นได้เมื่อฝ่ายผู้ให้เต็มใจและยินดีจะให้ความร่วมมือเหตุผลที่ทำให้ขาดความร่วมมือไม่ช่วยเหลือกัน
      4.2 การขัดแย้ง หมายถึง ความไม่ลงรอยกันตามความคิด หรือ การกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างสองคนขึ้นไป หรือระหว่างกลุ่ม โดยมีลักษณะที่ไม่สอดคล้อง ขัดแย้ง ขัดขวาง ไม่ถูกกันจึงทำให้ความคิดหรือการทำกิจกรรมร่วมกันนั้น เสียหาย
             4.3 วิธีแก้ความขัดแย้ง การแก้ความขัดแย้งเป็นเรื่องของทักษะเฉพาะบุคคล การแก้ปัญหาความขัดแย้งในการทำงานเป็นทีม ควรใช้วิธีการแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่พูดในลักษณะที่แปลความหรือมุ่งตัดสินความ ไม่พูดในเชิงวิเคราะห์

5. กระบวนการการทำงาน และการตัดสินใจที่ถูกต้องและเหมาะสม งานที่มีประสิทธิภาพนั้นทุกคนควรจะคิดถึงงานหรือคิดถึงผลงานเป็นอันดับแรก ต่อมาควรวางแผนว่าทำอย่างไร งานจึงจะออกมาดีได้ดังที่เราต้องการ อย่างไรก็ตามก่อนที่จะตัดสินใจนั้นจุดมุ่งหมายควรจะมีความชัดเจนและสมาชิกทุกคน ควรมีความเข้าใจในจุดมุ่งหมายของการทำงานเป็นอย่างดี







กิจกรรมที3

1. การจัดการเรียนการสอน  จัดชั้นเรียน  เตรียมการสอน ในยุคศตวรรษที่ 21 กับยุคก่อนศตวรรษที่ 21 เปรียบเทียบกันแตกต่างกันอย่างไร 
ในยุคศตวรรษที่  21  การจัดการเรียนการสอน  จัดชั้นเรียน  เตรียมการสอน เป็นการเรียนรู้เพื่อชีวิตการเริ่มต้นเพื่อชีวิต ผู้สอนจะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาช่วย  ทำให้ผู้เรียนสามารถเลือกวิธีการเรียนได้หลากหลาย  มีที่แหล่งให้ศึกษาค้นคว้าที่กว้างไกล  มีความทันสมัย  รวดเร็วทันใจ  ศึกษาค้นคว้าง่าย  ผู้สอน  มีอุปกรณ์เครื่องมือและวิธีการสอนที่แตกต่างกัน  หลากหลายรูปแบบ  เช่น  ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และ   Internet  เป็นสื่อกลางการเรียนรู้  ซึ่งเป็นยุคแห่งการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการเรียนการสอนให้กว้างไกลได้อย่างลงตัว
       ยุคก่อนศตวรรษที่  21  การจัดการเรียนการสอน  จัดชั้นเรียน  เตรียมการสอน  จะเป็นรูปแบบที่มีการเรียนการสอนแต่ในห้องเรียน  ผู้สอนจะสอนแต่ในตำรา  ยึดหลักตำราเป็นหลัก  อาศัยความจำ  มีการท่องจำมากกว่าการที่ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าเอาเอง ใช้ความจำ เพื่อใช้ในการถ่ายทอดความรู้ ใครที่มีความจำดีมีผลดีในการจัดการเรียน
การสอน 
 2. ครูผู้สอนจะต้องเตรียมตัวอย่างไรในอนาคตที่ท่านจะเป็นครูยุคต่อไปข้างหน้า ให้สรุปตามแนวคิดของนักศึกษา
  •           จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน
  •          เลือกเนื้อหาที่มีความทันสมัยมาใช้ใช้สอน
  •          มีประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยี เครื่องมือใหม่ ๆ 
  •               ใช้วิธีการในการสอนที่หลากหลายไม่จำเจ
  •            มีทักษะการค้นหาความรู้ได้ตลอด
  •               เปิดโลกกว้างให้แก่ผู้เรียน
  •              ยึดผู้เรียนเป็นหลัก
  •             ผู้เรียนได้สามารถศึกษาค้นคว้าตัวยตัวเอง